banner

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 374/2564


         
แม้สัญญาเช่าซื้อจะมีข้อตกลงให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาโดยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ก็ตาม   แต่ข้อตกลงในสัญญาที่ให้สิทธิผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเสียเมื่อใดก็ได้ โดยผู้เช่าซื้อจะต้องคืนและส่งมอบรถยนต์ในสภาพที่ซ่อมแซมเรียบร้อยใช้การได้ดีในสภาพเช่นเดียวกับวันที่รับมอบรถยนต์ไปจากเจ้าของ พร้อมทั้งอุปกรณ์ และอะไหล่ทั้งหมดให้แก่เจ้าของ ณ สำนักงานของเจ้าของ นั้น ยังมีข้อความระบุเป็นเงื่อนไขต่อไปด้วยว่า "และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลานั้นทันที.." แสดงให้เห็นว่า กรณีที่จะถือว่าเป็นการใช้สิทธิเลิกสัญญาของฝ่ายผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยต้องส่งมอบรถยนต์เช่าซื้อคืนโจทก์พร้อมกับชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญา อยู่ในเวลาที่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนด้วย     เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า นอกจากจำเลยจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์แล้วจำเลยได้ชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาแก่โจทก์ทันที อันเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาเพื่อใช้สิทธิเลิกสัญญา   กรณีจึงถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญา  เช่าซื้อที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นค่าขาดราคาตามข้อตกลงได้ แต่พฤติการณ์ที่จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ ซึ่งโจทก์รับมอบรถยนต์ไว้โดยไม่ปรากฏข้อโต้แย้งคัดค้าน ย่อมถือเป็นพฤติการณ์ที่โจทก์และจำเลยต่างสมัครใจเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย โจทก์ไม่อาจอาศัยข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อที่ระงับไปแล้วเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชำระค่าขาดราคาได้   ปัญหาว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเรื่องใดได้หรือไม่ เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยฎีกาเพื่อไม่ต้องรับผิดใน  ค่าขาดราคาโดยมิได้ยกเหตุนี้ขึ้นอ้างศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7