สัญญาเช่าช่วง
การเช่าช่วง หมายถึง การที่ผู้เช่านำทรัพย์ที่เช่าไปให้บุคคลภายนอกเช่าต่ออีกที สัญญาเช่าช่วงลักษณะนี้ต้องให้ผู้ให้เช่า (เจ้าของทรัพย์) ให้ความยินยอมด้วยจึงจะทำได้ หากไม่ได้รับความยินยอมแล้วนำไปให้เช่าช่วง ถือว่าผู้เช่า
ผิดสัญญาเช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ทันที
ในกรณีที่เราไปเช่าช่วงต่อจากผู้เช่าและผู้ให้เช่าให้ความยินยอมในการเช่าช่วงด้วย การเช่าช่วงนั้นก็จะไม่มีปัญหา ตามปกติทั่วไปผู้เช่าช่วงก็จะต้องชำระค่าเช่าให้กับผู้เช่าเดิมและผู้เช่าเดิมมีหน้าที่ต้องนำเงินค่าเช่าไปจ่ายให้แก่ผู้ให้เช่า
อีกทอดหนึ่ง แต่หากผู้เช่าช่วงได้ชำระเงินค่าเช่า ให้แก่ผู้เช่าเดิมไปแล้ว แต่ผู้เช่าเดิมกลับไม่นำเงินค่าเช่าไปชำระให้แก่ผู้ให้เช่า เมื่อผู้ให้เช่ามาทวงถามจากผู้เช่าช่วง ผู้เช่าช่วงจะปฏิเสธความรับผิดชอบโดยจะอ้างว่าได้ชำระค่าเช่าให้แก่ผู้เช่าเดิมไปแล้วไม่ได้ เพราะป.พ.พ. มาตรา 545 ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า
“ ถ้าผู้เช่าเอาทรัพย์สินซึ่งตนเช่าไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงอีกทอดหนึ่งโดยชอบ ท่านว่าผู้เช่าช่วงย่อมต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าเดิมโดยตรง ในกรณีเช่นว่านี้ หากผู้เช่าช่วงจะได้ใช้ค่าเช่าให้แก่ผู้เช่าไปก่อน ท่านว่า ผู้เช่าช่วงหาอาจจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ผู้ให้เช่าได้ไม่
อนึ่ง บทบัญญัติอันนี้ไม่ห้ามการที่ผู้ให้เช่าจะใช้สิทธิของตนต่อผู้เช่า ”
ข้อสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผู้เช่าช่วงต้องทราบก่อนที่จะตกลงทำสัญญาเช่าช่วง คือ ถ้าสัญญาเช่าระหว่างผู้เช่าเดิมกับผู้ให้เช่าระงับไป ย่อมมีผลทำให้สัญญาเช่าช่วงสิ้นสุดตามไปด้วย
สิ่งที่ควรจะต้องตรวจสอบก่อนทำสัญญาเช่าช่วง คือ
1. ควรขอดูสัญญาเช่าเดิม ระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่าเดิมว่า ผู้ให้เช่าได้ให้ความยินยอมให้ผู้เช่าเดิมสามารถให้เช่าช่วงได้หรือไม่
2. ในสัญญาเช่าเดิมระบุระยะเวลาในการเช่าไว้กี่ปี ซึ่งสัญญาเช่าเดิมควรจะเท่ากัน หรือมากกว่าสัญญาเช่าช่วง ไม่ใช่สัญญาเช่าเดิมเหลือระยะเวลาการเช่า 3 เดือน แต่มาทำสัญญาใหม่เช่าช่วงกับเรา 1 ปี แบบนี้ไม่ควรทำสัญญาเช่าช่วง
3. สัญญาเช่าเดิมสิ้นสุด วัน เดือน ปี ที่เท่าไหร่ (ควรต้องรู้)
4. ควรจะมีรายละเอียดของผู้ให้เช่าที่เราจะทำสัญญาเช่าช่วงด้วย เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ
5. การจ่ายค่าเช่า ควรระบุไว้ในสัญญาเช่าช่วงให้ชัดเจนว่าจะชำระกันอย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง
