banner

          ฏีกาเช่าซื้อใหม่ปี 65 พลิกคำตัดสินเดิม ๆ ที่เคยมี คือ ในการณีที่มีการเคลียร์หนี้ที่ค้างชำระก่อนส่งมอบรถคืน แม้ผู้เช่าซื้อเซ็นต์รับผิดส่วนต่างก็ไม่ต้องจ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ถือเป็นคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่ที่ตัดสินออกมาพลิกแนวการวินิจฉัยคดีเช่าซื้อของศาลอีกครั้ง เมื่อศาลฎีกาได้วางแนววินิจฉัยออกมาว่า การเคลียร์หนี้ที่ค้างตามสัญญาเช่าซื้อก่อนนำรถไปส่งมอบคืน ไม่ใช่การเลิกสัญญาตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อ เพราะไม่มีหนี้ที่ค้างชำระขณะส่งมอบรถคืน นอกจากนั้นการเซ็นรับผิดชอบการขายขาดราคาในขณะส่งมอบรถ ก็ถือว่าเป็นการทำสัญญารับผิดในขณะที่ไม่หนี้อยู่จริงจึงไม่อาจบังคับกันได้ ดังนั้นผู้เช่าซื้อจึงไม่ต้องรับผิดชอบในหนี้ที่ค้างตามสัญญาเช่าซื้อใด ๆทั้งสิ้น เห็นว่าเป็นประโยชน์กับผู้เช่าซื้อจึงนำมาเผยแพร่ เผื่อขาดเหลือไม่มีเงินส่งค่างวดจะได้คืนรถอย่างสบายใจกันนะครับ./

คำพิพากษาฎีกาที่ 1203/2565
ขณะจำเลยนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปคืนโจทก์และโจทก์รับคืน ไม่ปรากฏว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาข้อใด หรือมีหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่โจทก์ จึงไม่อาจถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 12 ซึ่งต้องรับผิดชดใช้ค่าขาดราคาตามสัญญา ข้อ 13 เพราะการแสดงเจตนาคืนรถที่จะถือว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อของผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 12 ที่ระบุว่า “ผู้เช่าซื้อจะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อในเวลาใด ๆ เสียก็ได้ โดยผู้เช่าซื้อจะต้องคืนและส่งมอบรถยนต์...

และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระ หรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลานั้น ทันที...” ต้องปรากฏว่าจำเลยยังคงมีหนี้หรือเงินที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้ออยู่ในขณะที่ส่งมอบรถคืนโจทก์ เมื่อจำเลยไม่มีเงินหรือหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อ กรณีถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาด้วยการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นอันเลิกกันนับแต่วันที่จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ โดยจำเลยไม่ได้ประพฤติผิดสัญญาและไม่มีหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตาม มาตรา 573 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาเช่าซื้อตามสัญญาจากจำเลย แม้จำเลยตกลงรับผิดในบรรดาหนี้ค้างชำระที่เกิดขึ้นจากการบอกเลิกสัญญาให้แก่โจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 13 ตามหนังสือแสดงเจตนาคืนรถของจำเลยก็ตาม แต่หนังสือแสดงเจตนาคืนรถมิใช่สัญญาเช่าซื้อ เป็นเพียงหลักฐานการส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนและจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อรับรองต่อโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อว่า หากโจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายได้เงิน    ไม่พอชำระหนี้คงค้างตามสัญญา จำเลยจะยอมรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดแก่โจทก์ ซึ่งหามีผลให้จำเลยต้องรับผิดค่าขาดราคาตามเอกสารนั้นไม่ เพราะเป็นการรับสภาพหนี้สินว่ามีอยู่ทั้งที่ไม่มี เนื่องจากโจทก์และจำเลยไม่มีมูลหนี้ค่าขาดราคาต่อกัน จึงไม่มีผลบังคับแก่กันได้/