การทำนิติกรรมแทนผุู้เยาว์
ป.พ.พ.มาตรา 1574 "นิติกรรมใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ ดังต่อไปนี้ ผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต
(1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าวื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจนำนองได้ ....... (13) "
มาตรานี้กฎหมายบัญญัติขึ้นก็เพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนได้เสียของผุู้เยาว์โดยเฉพาะ ทั้งนี้เพื่อป้องมิให้ผู้ใช้อำนาจปกครองผุู้เยาว์ใช้อำนาจไปในทางที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อผุู้เยาว์ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยไว้ล่าสุดดังนี้
การที่ผู้ร้องในฐานะบิดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ขออนุญาตศาลขายที่ดินซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้เยาว์เพื่อการศึกษาแก่ผู้เยาว์ก็เพื่อให้ศาลกำกับดูแลให้เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อผู้เยาว์หรือเสียหายแก่ผู้เยาว์น้อยที่สุด เมื่อได้รับราคาที่สูงกว่าราคาประเมินจึงควรอนุญาตให้ขายโดยเร็วแม้ไม่ได้รับความยินยอมจากมารดาผู้เยาว์ก็เป็นเพราะมารดาไม่ได้ดูแลผู้เยาว์และไม่อาจติดต่อได้ ทั้งไม่ควรรอให้ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะมาตัดสินใจเอง เพราะจะทำให้ช่วงเวลาที่ยังเป็นผู้เยาว์เสีไปโดยเปล่าประโยชน์ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2567
ผู้ร้องขอขายที่ดินซึ่งผู้ร้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้เยาว์ เพื่อการศึกษาแก่ผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตร ผู้ร้องในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมมาร้องขออนุญาตทำนิติกรรมขายที่ดินต่อศาลตาม ป.พ.พ. มาตรา 1574 ก็เพื่อให้ศาลกำกับดูแลให้เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อผู้เยาว์หรือก่อความเสียหายแก่ผู้เยาว์น้อยที่สุด เมื่อได้ความว่าการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งอนาคตของผู้เยาว์และได้รับราคาที่สูงกว่าราคาประเมิน จึงเป็นเหตุผลเพียงพอที่ศาลจะอนุญาตให้มีการขายได้โดยเร็วเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ที่ศาลชั้นต้นอ้างว่าการทำนิติกรรมขายไม่ได้รับความยินยอมจาก จ. มารดาผู้เยาว์ เป็นการวินิจฉัยขัดกับข้อเท็จจริงเนื่องจากที่ จ. ไม่ได้ดูแลผู้เยาว์และไม่อาจติดต่อได้ ส่วนที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษอ้างว่า ไม่มีเรื่องเร่งด่วนหรือเหตุฉุกเฉิน ก็ไม่ได้อยู่ในบริบทที่มาตรา 1574 กำหนดไว้ ส่วนที่อ้างว่ารอให้ผู้เยาว์ทั้งสองเจริญวัยจนบรรลุนิติภาวะตัดสินใจเอง ก็เป็นข้อวินิจฉัยที่ขัดต่อเจตนารมณ์ที่มาตรา 1574 ให้ศาลกำกับดูแลการทำนิติกรรม ไม่ใช่ปล่อยให้ช่วงเวลาที่ยังเป็นผู้เยาว์เสียไปโดยเปล่าประโยชน์